แปะไว้เตือนตัวเอง กันลืม เริ่มทำปิดเทอมนี้แน่นอน
Entries from กันยายน 2007
กันยายน 19, 2007
Toyota Land Cruiser: Trailer
Advertising Agency: DDB Worldwide, Bogota, Colombia
Creative Director: Javier Diaz
Art Director/Copywriter: Andres Mejia
ดูแว่บแรกคงเอะใจในความเรียบง่ายของมัน แต่พอเพ่งดูอีกทีก็รู้ว่าไอ้นี่มันไม่ธรรมดาเลย ใช้วิธีที่ให้ความรู้สึกเหมือน “ถูกยุงกัด” เจ็บๆคันๆนิดๆ ซึ่งหลายคนอาจมองว่ามีคนทำมาแล้ว แต่ก็นั่นอีกแหล่ะถ้ามันทุกอย่างลงตัว ก็อย่าไปหัวเสียเรื่องยืมไอเดียเก่ามาใช้เลย
การคิดให้ง่ายมันไม่ง่ายอย่างที่คิด จุดเริ่มต้นมาจากความต้องการบ่งบอกถึงคุณสมบัติหลักของรถ Toyota Land Cruiser นี้ว่ามันทนทานสมบุกสมบันมากเหลือเกิน คนคิดก็คงนั่งงมโข่งอยู่นานจนวนมาลงเอยที่ตัวเลือกง่ายๆอย่างรถ Trailer ไม่แน่เขาอาจถูกเทศกิจลากรถไปเพราะจอดในที่ห้ามจอด หรืออาจกำลังหัวเสียท่ามกลางรถติดแล้วเหลือบไปเห็นรถโดนลากอยู่ มองไปมองมาก็นึกขึ้นได้ว่า ไอ้เจ้ารถ Trailer นี้มันแข็งแรงน่าดู ลากรถได้ทั้งคัน แมนจริงๆ
แล้วเจ้า Toyota Land Cruiser ล่ะ
แค่สลับตำแหน่งหน้า-หลังก็เกิดงานแล้ว เป็นอะไรที่ตรงประเด็น รวดเร็ว เข้าใจง่าย แถมขำได้อีก ถึงแม้ว่ามันอาจจะเกินจริงไปบ้าง แต่ก็เชื่อว่าผู้บริโภคคงเทใจให้กับสินค้าตัวนี้ไปเกินครึ่งแล้ว แทบไม่ต้องโฆษณาถึงความโก้เก๋เครื่องแรงตามแบบฉบับโฆษณารถยนต์ทั่วไปเลย นี่เป็นอะไรที่ฉีกออกไปจากเดิม และดูดีเสียด้วย
กันยายน 17, 2007
McCafe: Coffee Bean
ตั้งแต่ entry นี้เป็นต้นไปจะเริ่มมีงานวิจารณ์ ad เพื่อเป็นการฝึกจับรูปแบบการคิดโฆษณา–พูดง่ายๆก็คือเตรียมความพร้อมให้ตัวเองเผื่อว่าจะมาลงเอยทางด้านนี้จริงๆ
งาน print ad ของ McCafe แฟรนไชส์ย่อยในเครือ McDonald’s
ตอนแรกที่เหลือบมองก็นึกว่าแฮมเบอร์เกอร์อะไรทำไมมันดูเน่าๆจัง ไหม้หรือเปล่า แมคมันจะมาไม้ไหนวะ แต่พอดูใกล้ๆถึงเข้าใจว่ามันก็คือ “เมล็ดกาแฟ” ที่แต่งให้คล้ายแฮมเบอร์เกอร์ แถมมีโลโก้ McCafe ตรงมุมล่างขวา ‘อ่อออ…ที่แท้แมคมันก็โฆษณาร้านกาแฟเล็กๆของมันนั่นเอง’ แต่แล้วความคิดมันก็หยุดอยู่แค่นั้น ‘แล้วไงต่อ?’ เหมือนกับจะสื่อให้รู้ว่ากาแฟร้านนี้รสชาติเหมือนแฮมเบอร์เกอร์ไหม้เกรียมหรืออย่างไร? นั่นเป็นความคิดแว่บแรกหลังถึงบางอ้อ ต่อมาจึงพอจะเข้าใจว่า กินแล้วเหมือนอยู่แมค มาแมค นั่งแมค “ฟีลแมคๆ” สามารถสัมผัสได้ มันไม่ใช่ร้านกาแฟที่แปลกแยกแตกต่างโดยสิ้นเชิง ยังคงมีความเป็นแมคอยู่
ถ้ามองในแง่กลุ่มเป้าหมาย น่าจะเป็นผู้ที่ชื่นชอบหรือคลุกคลีแมคเป็นทุนเดิมอยู่แล้วเสียมากกว่าผู้บริโภคกลุ่มใหม่ อย่างไรก็ตาม ไม่มีใครไม่รู้จักแมค ฉะนั้นจึงพออนุโลมได้ว่าสื่อให้มนุษย์ทุกเพสทุกวัยได้รับทราบว่า McDonald ออกลูกเป็น McCafe แล้ว เทียบได้กับเป็นการสร้างความคุ้นเคยเบื้องต้นให้กับกลุ่มเป้าหมายให้รู้สึกวางใจว่า มาร้านนี้แล้วก็ยังได้รับบริการแบบแมคๆอยู่เหมือนเดิม
แต่ปัญหามันอยู่ที่ว่า ถ้าเอาโลโก้ A&W หรือร้านขายแฮมเบอร์เกอร์ยี่ห้ออื่นมาแปะ สารที่ได้รับมันก็จะ adapt เข้ากับแบรนด์นั้นๆโดนทันที เรียกได้ง่ายๆว่า แนวคิดของ ad ชิ้นนี้ยังไม่มีความเฉพาะตัวหรือเจาะจงที่แบรนด์เท่าใดนัก โชคดีที่หากพูดถึง McDonald’s แล้วถ้าไม่นึกถึงหน้าพี่โรนัลด์ คนส่วนใหญ่ก็จะนึกถึงแฮมเบอร์เกอร์ [...]
กันยายน 14, 2007
ทำ ก่อน ตาย
- หัดไวโอลินให้พอเป็น แล้วเล่น Canon in D ให้ได้
- เล่นเปียโนเพลงที่ชอบครบทุกเพลง โดยเฉพาะเพลงจาก Final Fantasy
- หาเพื่อนตั้งวง Jazz เล่นไปจนกว่าจะเล่นไม่ไหว
- ทำเพลงไปขายเองในงานเล็กๆ
- ฝึกงาน+สมัครงาน VasLab Architecture
- ฝึกงาน ดวงฤทธิ์ บุนนาค
- ฝึกงานถ่ายภาพ oom magazine
- ฝึกงานเอเจนซี่โฆษณา สักที่
- เปิดร้านคอฟฟี่ช็อปกึ่งผับสไตล์โมเดิร์น มีมุมเล่น Jazz
- สร้างบ้านของตัวเอง
- ตระเวณถ่ายภาพ แล้วออกพ็อคเกตบุ๊ครวมผลงาน
- ออกแบบลายเสื้อยิดขาย
- ตั้งแบรนด์ที่มี character เด่นๆ ไว้ขายของเครื่องใช้จิปาถะมีดีไซน์
- แบ็คแพ็คโตเกียวก่อนจบมหา’ลัยกับเพื่อนสนิท
- ฮันนีมูนแบบแบ็คแพ็คกับแฟนที่อิตาลี
- ไปมัลดีฟส์ก่อนมันจะจม
- ไปดูคอนเสิร์ต Glastonbury ที่อังกฤษ
- ซื้อเสื้อผ้า Greyhound/Playhound มาใส่
- ไปช้อปปิ้งที่ญี่ปุ่น ต่อด้วยฮ่องกง แล้วมาลงที่เกาหลี
- ไปอยู่ญี่ปุ่นสักพัก แล้วแต่งตัวตามใจอยากออกไปเดินเล่นทุกวัน
กันยายน 13, 2007
Harpsicord
Sonate K118 ของ Scarlatti
เสียงอันเป็นเอกลักษณ์พาฉันเข้าไปยืนอยู่บนถนนหินบล็อคเปียกๆในปารีส
หรือบางทีฉันอาจกำลังล่องเรือลัดเลาะไปตามคลองในเวนิส
ไม่แน่ ความจริงแล้วฉันกำลังเดินทอดน่องอยู่ท่ามกลางป่าสนในเยอรมันก็เป็นได้
เคยดูหนังเรื่อง Everything Is Illuminated
เพลงประกอบฉากที่ใช้ Harpsicord และ Violin เป็นตัวเด่น
ไม่มีอะไรจะ “European” ไปมากกว่านี้แล้ว
แปลก น่าทึ่ง และ น่าสนใจ
เอกลักษณ์ที่ถ่ายทอดผ่านทางการสั่นสะเทือนของมวลสาร
ดูสิว่าตอนนี้เกิดอะไรขึ้นกับฉัน
ล่องลอยไปตามทำนองที่สอดคล้องกับจังหวะ
ฉันจะอยู่ได้อย่างไรหากโลกนี้ไร้ซึ่งเสียงดนตรี
กันยายน 11, 2007
โค สระ นา
ถึงจะอ่านว่า “โค-สะ-นา” หรือ “โคด-สะ-นา” ยังงัยก็แล้วแต่
คำนี้ก็ไม่เคยมาวนเวียนอยู่ในโซน “เป้าหมาย” ของฉันเสียที
จนกระทั่งถูกเพื่อนชวนประกวดภาพยนตร์โฆษณา
“คิดได้งัยเนี่ย” ความคิดที่ฉันมักคิดขึ้นมาเมื่อพบงานโฆษณาที่แตกต่าง
บางทีสิ่งที่ฉันกำลังหาอยู่คือสิ่งนี้
มันอาจจะไม่ใช่แค่การ design — การตบสิ่งที่มีอยู่แล้วให้ดูดีขึ้น
แต่เป็นการ create — การสรรค์สร้างสิ่งที่ไม่เคยพบเห็นมาก่อน
ไม่ใช่แค่การ renovate — การปรับปรุงสิ่งดั้งเดิมที่เคยมี
แต่เป็นการ innovate — การคิดค้นอะไรแปลกใหม่
บ่อยครั้งฉันพบตัวเองนั่งหงุดหงิดอยู่กับวิถีทางดั้งเดิม
สงสัยกับแนวทางที่ปฏิบัติกันมา
ฉันพยายามที่จะไม่ทำในสิ่งที่เขาทำกันอยู่แล้ว
การทำความเข้าใจกับสิ่งที่คนอื่นเขียนเอาไว้เป็นเรื่องที่ “ต้องทำ” ไม่ใช่ “อยากทำ”
การนั่งจับเจ่าอยู่กับเรื่องราวซ้ำซากไม่ใช่สิ่งที่ฉันใฝ่ฝัน
ชีวิตอิสระ การได้คิดสิ่งใหม่ๆโดยไร้ขีดจำกัด การถกเถียงปัญหา ชีวิตที่ไม่เหมิอนกันในแต่ละวัน
แน่นอนว่า ฉันทิ้งสิ่งที่ฉันกำลังเรียนรู้อยู่นี้ไปไม่ได้
บางคนเท่านั้นถึงทำมันได้ เหตุผลที่ฉันตัดสินใจ
ฉันไม่ได้เกลียดมัน ฉันเป็นคนเลือกมันเอง ฉันอยู่กับมันได้
ไม่ใช่ไม่ชอบ หรือไม่ใช่
แต่ควรแล้วหรือที่ฉันจะหยุดอยู่แค่นี้?
ทุกครั้งที่ design ฉันจะ create
ทุกครั้งที่ renovate ฉันจะ innovate
ผลลัพธ์คืออะไรที่ไม่ตรงตามสูตรและแปลกประหลาด
“ทำไมต้องทำแบบนี้”
ความคิดต่อต้านสิ่งที่มันเป็นอยู่ล่องลอยไปมาในหัวสมอง
ฉันจับมันยัดใส่กรง ล็อกกุญแจอย่างแน่นหนา
แต่มันก็ออกมาเพ่นพ่านได้เสมอ
ฉันคงยังเป็นนักออกแบบที่ดีไม่ได้ ถ้าไม่รู้จักเก็บมันให้เข้าที่เข้าทาง
เคยฝันไว้ว่า ฮยากเปิดบริษัทรับออกแบบครบวงจร
ตั้งแต่บ้านยันกระดาษทิชชู่
บางทีสิ่งที่ฉันต้องการจริงๆคือ การสร้างโลกใหม่ขึ้นมา
เป็นโลกที่ทุกอย่างกำเนิดมาจากฉัน
เป็นโลกที่ฉันสามารถเปลี่ยนแปลงได้ทุกอย่าง
เป็นโลกที่มีฉันอยู่ในทุกทุกสิ่ง
…ความฝันของนักออกแบบทุกคนไม่ใช่หรือ?
สุดท้ายฉันอาจลงเอยกับเส้นทางที่ผ่านมา
สุดท้ายฉันอาจหักโค้งสักเล็กน้อย
สุดท้ายฉันอาจเปลี่ยนไปเส้นทางอื่น
สิ่งหนึ่งแม้ดูยาก หากเรามองให้มันง่ายขึ้น
“โฆษณา” ก็คงจะมีเพียงแค่ “โค สระ นา” เท่านั้น
ฉันอาจจะแค่บ้า
กันยายน 10, 2007
. . .
เคยคิดเล่นๆว่า
ชีวิตก็เหมือนกับเกมต่อจุด
ดินสอ 1 แท่ง
จุด 1 จุด
เริ่มต้นจากจุดที่หนึ่ง ลากเส้นออกไปยังจุดที่สอง สาม สี่ …
เพื่อจะได้เป็นรูปร่างอย่างที่เราตั้งใจเอาไว้
อย่างน้อยเราก็ต้องมีภาพในใจไว้ก่อน
อยากได้รูปอะไร? แล้วเราจะเริ่มที่จุดไหน? จุดต่อไปคือจุดใด?
มีบางคราวที่สับสนว่าจุดไหนคือจุดที่ “ใช่” กันแน่
ในเมื่อจุดที่มีความเป็นไปได้นั้นมีมากกว่า 1 จุด
ก็ต้องอาศัยประสบการณ์ที่สั่งสมมา มองเส้นที่ลากผ่านมาแล้ว
คิด พิจารณา เลือกจุด
หากรูปร่างที่ต้องการนั้นไม่เกิด
คงเป็นเพราะเราไม่มี “รูปร่าง” ในใจที่แน่ชัด
บนแผ่นกระดาษที่เต็มไปด้วยจุด
คงยากที่จะบอกได้ว่าควรเริ่มที่ใด สิ้นสุดตรงไหน
ความจริงสิ่งที่สำคัญไม่ใช่จุดเริ่มต้น หรือจุดสิ้นสุด
หากแต่เป็นสิ่งที่เกิดขึ้นจากการเชื่อมจุดเข้าด้วยกัน
จะเริ่มที่ไหนก็แล้วแต่
หากมีภาพที่ตั้งใจเอาไว้
เกมนี้ก็ง่ายเกินครึ่งแล้ว
เตรียมเครื่องเขียนให้พร้อมก็แล้วกัน