กำลังสงสัยว่า
ที่เราเรียนมา 12 ปีในโรงเรียน
มันนานไปหน่อยไหมสำหรับการปูพื้นฐานทางความรู้
ในเมื่อจริงๆก็แค่จับยัดใน 3 ปีสุดท้าย?
นึกถึงพวกนักเปียโนระดับเซียน
ไม่ก็นักกีฬาระดับโลก
พวกนี้ฝึกมาแต่เด็กทั้งนั้น
หากเอาเวลาสอนคาบละ 50 นาที วันละ 8 คาบ รวมพัก 10 นาที เช้า-เย็น และพักกลางวันอีก 50 นาที
โยนทิ้งไปซะ
แล้วจัดระบบเสียใหม่
ให้เรียนพอรู้ พอเอาไปคุยกับอาชีพอื่นเขาได้บ้าง ไม่ใช้เรียนให้มันรู้หมด
(เพราะยังงัยเวลาที่อาจารย์ใช้สอนต่อคาบก็เกินพออยู่แล้ว)
เวลาที่เหลือก็เอาไปใช้ฝึกงาน เข้าสังคม ทำสิ่งที่เด็กอยากรู้อยากเห็นควรทำ
เพื่อให้พวกเขาได้ค้นพบแนวทางที่ตัวเองต้องการจริงๆ
บางทีปัญหาเรียนเก่งเข้าหมอ เรียนไม่เก่งเข้าหม้อ
ก็อาจพอทุเลาลงได้
สำหรับประเทศไทยสิ่งที่กล่าวไปทั้งหมดนี้คงเป็นเพียงแค่คำทำนายสำหรับอนาคตอีก 100 ปีข้างหน้า
…ที่ไม่รู้ว่าจะเป็นจริงหรือไม่
ยะฮู้ เจริญพร.
1 ความเห็น
ตุลาคม 6, 2007 ที่ 12:18 am
เหอะๆ
ก็เพราะคน(ประเทศ)เรา
ไม่ได้ถูกสอนให้รู้จักตัวเองน่ะสิ
ก็เลยต้องเรียน ต้องสอนกันแบบนี้
เผื่อวันนึงฉันจะรู้ว่าฉันชอบอะไร
อยากทำอาชีพอะไร
อีกอย่าง ระบบทางสังคม
ช่องว่างทางอาชีพมีสูงเหลือเกิน
พ่อแม่ผู้ปกครองก็อยากผลักดันเด็ก
ไปในทางที่เขาคิดว่าจะมีความมั่นคงในชีวิต
แต่เห็นด้วยจริงๆ
กับการเรียนน้อยๆพอประมาณ
และใช้เวลาท่ี่มีกับสิ่งที่ชอบ
คงจะดีเลยล่ะ
….
ถ้าคนไทยจะรู้จักตัวเองมากกว่านี้
อะนะ