บทความบทหนึ่งในนิตยสารฉบับหนึ่งส่งต่อสิ่งสิ่งหนึ่งผ่านสายตาคู่หนึ่งไปยังสมองของคนคนหนึ่ง
เพลงแจ็ซบรรเลงอยู่เบื้องหลัง ฉันนั่งเปิดอ่านไปทีละหน้า
แล้วความคิดก็พาฉันลอยออกไป
มักจะมีคำกล่าวไว้ว่า วัยเยาว์เป็นวัยแห่งความฝัน เป็นวัยแห่งการริเริ่มที่จะทำ เราสามารถจินตนาการอะไรขึ้นมาก็ได้โดยไม่มีผิด ไม่ต้องสนใจใครรอบข้าง เนื่องด้วยเราอยู่ในอาณาเขตของคนแห่งความฝัน ณ ดินแดนนี้ ผู้ใดฝันไว้จะไม่ผิด ไม่ฝันสิจะถูกมองว่าแปลก…ไม่ก็น่าสงสาร
จะเกิดอะไรขึ้นเมื่อเราเลยวัยนั้นไปแล้ว?
เราเริ่มที่จะ “ยอมรับ” ความเป็นไปของโลกมากขึ้น และค้นพบว่าเราก็เป็นเพียงแค่ก้อนมวลสารที่โคจรล้อมรอบกลุ่มพลังงานบางอย่างที่ส่องแสงเจิดจ้ายากเกินต้านทาน
เป็นไปได้ไหมว่าการ “ยอมรับ” นำพาไปสู่จุดจบแห่ง “ความฝัน”?
ผู้ใดที่ยังคงเชื่อมั่นในอาณาเขตแห่งความฝันของตน หากไม่ยอมรับโลกภายนอก ก็จะถูกกีดกัน สุดท้ายเขาคงต้องหลบไปอยู่ในที่ใดสักแห่งที่เขาจะไม่ถูกรบกวนจากความวุ่นวายในโลกแห่งการ “พยายามที่จะยอมรับ”
บางที “ความพอดี” ก็เป็นเรื่องยากเหลือเกิน
น่าเสียดายที่เราต้องเติบโตขึ้นไปเพื่อยอมรับบางสิ่งบางอย่าง
ที่คนบางคนมองว่าควรยอมรับ
ด้วยเหตุนี้ ความขัดแย้งจึงเกิดขึ้น
มองอีกแง่
จะดีกว่าไหมถ้าเราไม่หวังอะไรเลย ในเมื่อท้ายที่สุดแล้วทุกอย่างก็ต้องสูญสลายไป
จะดีกว่าไหมถ้าจะไม่ฝันอะไรเลย ในเมื่อท้ายที่สุดแล้วทุกอย่างก็ต้องขึ้นสู่มาตรฐานหนึ่งเหมือนกันหมด
ความสิ้นหวังคือคำตอบของคนที่หยุดฝัน?
คนที่ยอมรับ?
หรือมันคือทางออกที่ดีที่สุดแล้ว?
บางที “ความพอดี” ก็เป็นเรื่องยากเหลือเกิน